มือใหม่ไก่ชน » ศาสตร์การดูเกล็ดตามตำราโบราณ

ศาสตร์การดูเกล็ดตามตำราโบราณ

12 มีนาคม 2019
25   0

 

ศาสตร์การดูเกล็ดตามตำราโบราณ

ไก่ชนที่ทั้งสวยและเก่ง ล้วนทำให้ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในวงการไก่ชนปรารถนาอยากครอบครองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีราคาสูงเพียงใด หากมีกำลังทรัพย์เพียงพอแล้วไซร้ ผู้นั้นย่อมแสวงหามาประดับบารมี ด้วยอานิสงส์ของการได้เป็นเจ้าของไก่ชนลักษณะดีพร้อมและฝีเท้าเก่งกล้านั้น หมายถึงตัวเงินที่จะได้จากการชนะเดิมพันจากสังเวียนชนไก่จำนวนมหาศาล

สมัยก่อน กว่าจะได้ไก่เก่งแต่ละตัวต้องเดินทางเสาะแสวงหาไปตามที่ต่างๆที่เขาร่ำลือกัน มีเงินอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะซื้อได้ง่าย เป็นที่รู้กันว่าคนโบราณจะหวงเหล่าไก่เก่ง โดยเฉพาะไก่ตัวเมีย เหล่าไหนเก่งๆ อย่าหวังจะแบ่งแม่ไก่ให้ใครง่ายๆ นอกจากสหายรู้ใจหรือคนรู้จักมักจี่เป็นอย่างดี คนนอกต่างถิ่นหรือจะมีสิทธุิ์ ต้องใช้ความพยายามเป็นอยากมาก เทียวไปหาตีสนิทก้งเหล้าอยู่สามวันแปดวัน กว่าจะได้ไก่หนุ่มสักตัวก็เป็นเรื่องยาก สมัยก่อนนั้นถ้าผ่านไปตามที่ต่างๆ หากพบเจอไก่ชนรูปร่างลักษณะดี ก็จะถามซื้อแบบวัดดวงเป็นซะส่วนใหญ่ ไก่ชาวบ้านเลี้ยง ไม่มีเวลามาเตะให้ดูเพราะส่วนใหญ่จะทำไร่ไถนาเป็นอาชีพหลัก ตาดีได้ตาร้ายเสีย เมื่อไม่เห็นตีก็ต้องหาวิธีมาคัดสรร ตามศาสตร์โบราณที่สืบทอดต่อกันมา คือให้ดูที่เกล็ดแข้งเกล็ดขาเป็นสิ่งแรก

เกล็ดไก่ก็เปรียบได้ดังลายมือคน เช่น คนลายมือขาดตามความเชื่อว่ากันว่าจะเป็นคนมือหนักต่อยหนัก ไก่ที่มีเกล็ดพิฆาตก็เช่นเดียวกัน คือเชื่อว่าเป็นไก่สกุลสูงมีลำหักลำโค่น จิตใจเหนี่ยวแน่นและมีทีเด็ดในสังเวียน มือคนจะมีลายเส้นสมอง เส้นจิตรใจ เส้นชีวิต เป็นหลัก แข้งไก่ก็เหมือนกัน จะมีเกล็ดหน้าแข้ง

เกล็ดหลังแข้ง เป็นตัวบ่งชี้ อนาคตของไก่ตามความเชื่อของคนโบราณ นักเลงไก่ชนสมัยก่อนจึงให้ความสำคัญกับการดูเกล็ดแข้งไก่ชนเป็นพิเศษ เกล็ดที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็จะมี (นิ้วชี้)เหน็บใน (นิ้วกลาง) ขุนแผนสะกดทัพ เสือซ่อนเล็บ (นิ้วนาง)เหน็บนอก (นิ้วก้อย)ไชบาดาล เป็นต้น แตกที่ปรายนิ้วเรียกผลาญศัตรูหรือถ้าเกล็ดแตก เหน็บแซม ทุกนิ้ว เรียกจักรนารายณ์ โบราณเชื่อว่าเป็นพญาไก่ ถือว่าเป็นไก่สกุลสูงสุด

เกล็ดด้านหลัง หลักๆมีดังนี้ เกล็ดเดิมพัน ,เกล็ดเม็ดข้าวสาร ,เม็ดข้าวโพด ,บัวคว่ำ,บัวหงาย,สังวาลย์เพชร,สร้อยสังวาลย์,บัวแตก ,บัวแซม ,ถุงทอง เป็นต้น เกล็ดด้านหลังมีความเชื่อเน้นไปทางด้านเงินๆทองๆซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น เกล็ดเดิมพัน ไก่ตัวไหนมีเกล็ดเดิมพัน ยิ่งเยอะยิ่งดี เกล็ดเดิมพันจะเรียงขึ้นมาจากนิ้วก้อยผ่านเดือยขึ้นเป็นแนวยาวยิ่งมากจะยิ่งดีสามารถตีเดิมพันได้สูง

ส่วนเกล็ดด้านหน้าอื่นๆ ที่พบได้โดยทั่วไป อาทิ พญาครุฑ,พันลำ,จระเข้ขบฟัน,ร่องน้ำปัดตลอด,หนุมานนั่งแทน,กำไลขนปก,ดอกจันทร์ ,ดาวล้อมเดือน ,บัวตูมบัวบาน ,กากบาท,กำไลปัดตลอด เกล็ดจำพวกนี้ก็จะมีทีเด็ดที่ต่างกันออกไปตามความเชื่อ เช่นเกล็ดกำไลขนปก เชื่อกันว่า เมื่อไก่ถูกตีเจ็บหนัก จะฟื้นตัวได้เร็วและสามารถพลิกกลับมาชนะได้ไม่ยาก หรือเกล็ดกากบาท ดาวล้อมเดือน กำไลหน้าเดือย แตกหน้าเดือย เกล็ดจำพวกนี้ก็จะมีทีเด็ดในการใช้เดือยจัด เปิดแผลเร็ว และเป็นไก่ที่ตีได้แม่นยำ ตีย้ำแผลเอามากๆ เกล็ดพญาครุฑ,พันลำ,จระเข้ขบฟัน,กำไลปัดตลอด มีความเชื่อกันว่า เป็นไก่ทีมีลำหักลำโค่น ตีได้เจ็บปวดเข้ากระดูก อนาคตได้ขึ้นสังเวียนทุกตัว

คนโบราณมักจะสัญหาคำมาเปรียบเปรยเกล็ดแข้งเกล็ดขาไก่ชน เพื่อให้ดูมีมนต์ขลัง ดูน่าเกรงขาม ชื่อที่ใช้เรียกส่วนใหญ่ก็จะมาจากอาวุธวิเศษของตัวละครในวรรณคดี เช่น จักรนารายณ์กระบองเพชร สังวาลย์เพชร หรือเรียกชื่อตามปรากฎการธรรมชาติที่น่าสะพึงกลัวเช่น สายฟ้าฟาด ฟ้าผ่า ราหูอมจันทร์ บ้างก็เรียกตามชื่อสัตว์ดุร้ายเพื่อให้ดูมีพิษสง พญาครุฑ เสือซ่อนเล็บ งูจงอาง พญานาค เรียกสืบทอดต่อกันมาจนติดปากทั่วบ้านทั่วเมือง

การคัดเลือกไก่ตามหลักคนโบราณอีกประการหนึ่งก็คือ “นกแข้งใหญ่ ไก่แข้งเล็ก” ให้ดูที่รูปทรงของแข้งไก่ แข้งไก่แต่ละตัวก็จะต่างกันออกไป บางตัวแข้งเหลี่ยม แข้งกลม แข้งเล็กเรียว บางตัวก็แข้งหลุม แข้งลีบแบน คนโบราณมักจะชอบไก่แข้งกลมเรียวเล็กดูเอิมอิ่ม เชื่อว่าเป็นไก่ตีเจ็บตีแม่น ส่วนไก่ที่แข้งแบนลีบ จะเป็นไก่ตีไม่เจ็บ ตีไม่แม่น จึงไม่นิยมเอามาเลี้ยงตี เพราะเชื่อว่าจะเก่งได้ไม่นาน รูปทรงแข้งไก่ที่นิยมถือว่าดีก็จะมี แข้งลำเทียน แข้งลำหวาย แข้งไม้คัด แข้งกระบองเพชร เป็นต้น มีเกล็ดดี ก็ต้องมีเกล็ดไม่ดีปะปนกันไปบ้าง ไก่เกล็ดต้องห้ามคือ เกล็ดอันบอด, ถอดหัวหนี, หนีเดิมพัน, เกล็ดประตูผี, เกล็ดขี้แพ้ ไก่ที่มีเกล็ดห้าชนิดนี้ โบราณเชื่อว่าไม่ควรเลี้ยงชนจะเป็นเสนียดทำให้เสียเงินเสียทอง ให้ตัดหางปล่อยวัดไปเสียก็ดี

ปัจจุบันอาจจะบอกไม่ได้ว่าไก่ตัวไหนมีเกล็ดดี มีเกล็ดพิฆาตตามตำราแล้วจะเก่ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไก่เก่งเกือบทุกตัวในยุคนี้มีเกล็ดดีทีเด็ดเกือบทั้งนั้น แสดงให้เห็นว่า การดูเกล็ดแข้งไก่ชนนั้นนับว่าเป็นภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ที่ได้ศึกษาค้นคว้าไว้เป็นอย่างดี เป็นศาสตร์ลึกลับที่ยากจะหาคำมาอธิบาย ท่านใดที่มีความรู้ด้านนี้ก็มักจะมีไก่เก่งอยู่ไม่ขาด นับว่าเป็นภูมิปัญญาที่ไม่ควรมองข้าม แต่นับวันศาสตร์เหล่านี้กำลังจะถูกลืมเลือน ถูกมองข้ามจากคนยุคใหม่ ทั้งที่เป็นศาสตร์ที่สำคัญมากๆควรค่าแก่การอนุรักษ์ ให้คู่กับวงการกีฬาไก่ชนไทย

 

เกล็ดไก่ชนตามตำราโบราณ

พูดถึงเกล็ดแข้งไก่ชน ซึ่งเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ นักเลงไก่สมัยก่อนจะให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้เป็นหลัก การเปรียบก็จะดูสกุลไก่เป็นอันดับแรก ว่าไก่ของเรามีดีอะไรสู้เค้าได้หรือไม่ แต่ส่วนมากนักเลงไก่รุ่นใหม่จะไม่ค่อยสนใจตำราโบราณมากนัก วันนี้เลยจะมาทบทวนความรู้กันหน่อย เกล็ดสำคัญหลักๆมีอยู่4แบบด้วยกัน คือ เสือซ่อนเล็บ เหน็บชั้นใน ไชบาดาล ผลาญศัตรู เกล็ดทั้ง 4 แบบนี้ ถ้านักเลงไก่สมัยก่อนเห็นเค้าต้องร้องโอ้โห!!!

ไก่ตัวไหนมีเกล็ด 4 อย่างครบทุกนิ้วคือ แตกทั้ง 8 นิ้ว เขาเรียกจักรนารายณ์ เชื่อกันว่าเป็นพญาไก่ แพ้ไม่เป็น ตีหักตีชักตีตาย (ฟังแล้วจะเหมือนว่าโม้) ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เดี๋ยวมาดูกันเลยดีกว่าครับ

1.เสือซ่อนเล็บ จะเกิดขึ้นบริเวณข้อพับหรือรอยต่อระหว่างหน้าแข้งกับส่วนของนิ้วลักษณะจะมีเกล็ดแซมขึ้นมาระหว่างเกล็ดหลักที่มีอยู่ มีตั้งแต่ 2 เกล็ดขึ้นไปเกล็ดชนิดนี้ปกติจะถูกทับหรือคลุมด้วยเกล็ดอื่นในขณะที่ไก่ยืนอยู่จะไม่เห็นเพราะหลบซ่อนอยู่ภายใน หากคลี่ออกดูจะเห็นชัดเจน

2.เหน็บชั้นใน จะเกิดขึ้นที่นิ้วใดนิ้วหนึ่ง ส่วนมากจะอยู่ที่นิ้วชี้ เป็นเกล็ดขนาดเล็กที่แทรกซ้อนขึ้นมาตั้งแต่ 1 เกล็ดขึ้นไป

3.ไชบาดาล อยู่ที่โคนนิ้วก้อย จะมีลักษณะเกล็ดแตกมากกว่า 3 เกล็ดขึ้นไปต่อลงมาระหว่างนิ้วก้อยและนิ้วชี้ไปที่อุ้งเท้า

4.เกล็ดผลาญศัตรู จะมีเกล็ดที่นิ้วชี้แตกตั้งแต่ 1 เกล็ดขึ้นไป ถือเป็นไก่ที่มีสกุลสูงในสังเวียนจะไม่แพ้ใครง่ายๆ ในไก่ตัวใดที่สามารถพบเกล็ดทั้ง 4 ชนิดในตัวเดียวกัน ถือว่าเป็นสุดยอดของพญาไก่จัดเป็นสกุลสูงสุด

 

เกล็ดอื่นๆ ที่พบโดยทั่วไป

1.เกล็ดสามแถว เกล็ดด้านหน้าเรียงกันเป็นระเบียบสามแถวตลอด เกล็ดแถวกลางเรียงตรงมาต่อกับเกล็ดนิ้วกลาง เกล็ดแถวริมในเรียงตรงมาต่อกับเกล็ดนิ้วชี้(นิ้วใน) เกล็ดแถวริมนอกเรียงตรงมาต่อกับเกล็ดนิ้วนาง(นิ้วนอก) ถ้าเรียงต่อกันแบบปูแผ่นกระเบื้องพื้น เรียกปัดตลอด ถ้าเรียงต่อกันแบบมุงหลังคา เกล็ดซ้อนกัน บนทับล่าง เรียกพญาครุฑ ถือว่าเป็นเกล็ดดี

2.เกล็ดกำไล เกล็ดด้านหน้าเรียงกันเป็นระเบียบหนึ่งแถว ถ้าเรียงกันตรงลงมาถึงข้อเท้า เรียกว่ากำไลปัดตลอด ถ้าเรียงกันเฉียงลงมาถึงข้อเท้าเรียกกำไลพันลำ และยังมีอีกหลายลักษณะ ดังนี้ กำไลหนุมานนั่งแท่น กำไลขนปก กำไลคาดเดือย กำไลเหนือเดือยและกำไลใต้เดือย กำไลฟ้าผ่าหรือกำไลเพชร (ดูได้จากรูปกระกอบ)

3.จระเข้ขบฟัน เกล็ดด้านหน้าเรียงกันเป็นระเบียบสองแถว ถ้าเรียงกันสองข้างตรงตลอด ถึงข้อเท้าเรียก ร่องน้ำปัดตลอด ถ้าเรียงสลับขบสับกันสองแถว ตลอดถึงข้อเท้า เรียกจระเข้ขบฟันถือว่าดี

4.เกล็ดดาวล้อมเดือนหรือดอกจันทร์  ลักษณะจะมีเกล็ดเล็ก 1 เกล็ดอยู่ตรงหน้าเดือยหรือใต้เดือยและมีเกล็ดอื่นๆล้อมรอบอีก 4-5 เกล็ด ถือว่าดี

5.เกล็ดบัวตูมบัวบานคล้ายกับดาวล้อมเดือน  หากเกล็ดที่อยู่ตรงกลางมีขนาดเล็กล้อมรอบด้วยเกล็ดใหญ่ เรียกว่าเกล็ดบัวตูม แต่หากเกล็ดตรงกลางใหญ่ล้อมรอบด้วยเกล็ดเล็ก จะเรียกว่าเกล็ดบัวบาน ถือเป็นเกล็ดพิฆาตเช่นกัน

6.เกล็ดกากบาท  ที่บริเวณหน้าเดือยจะมีเกล็ดมาเรียงกัน โดยที่รอยแตกของแต่ละเกล็ดอยู่ในแนวเดียวกันหรือต่อกันเป็นรูปกากบาทถือเป็นเกล็ดพิฆาตตีสลบตีตายหากมีทั้งสองข้างจะดี

7.เกล็ดเดิมพัน  เป็นเกล็ดที่บอกได้ว่าไก่ตัวนั้นๆเข้าเงินเดิมพันได้ดีหรือไม่ดี เพราะถือว่าเป็นเคล็ดหักล้างกัน เกล็ดนี้จะดูได้จากแถวของเกล็ดที่เรียงขึ้นมาจากนิ้วก้อยผ่านเดือยขึ้นเป็นแนวยาวยิ่งมากจะยิ่งดีสามารถตีเดิมพันได้สูง แต่หากมีน้อยแสดงว่า เข้าเดิมพันไม่ดี บางรายเชื่อว่าสามารถตีครั้งไหนจะชนะหรือแพ้ โดยดูจากการเรียงของเกล็ด เช่น หากมีเกล็ดขัดอยู่ในแถวที่ 4 แสดงว่าครั้งที่ 1-3 จะดี แต่ ครั้งที่ 4 จะแพ้ให้ แก้เคล็ดโดยการตีเดิมพันต่ำๆเพียง 1-2 อัน แล้วยอมแพ้เพื่อไม่ให้ไก่ช้ำ ต่อจากนั้นให้นับหนึ่งเริ่มต้นใหม่จากด้านล่างเป็นรอบต่อไป

 

แข้งไก่ชนก็มีลักษณะที่ต่างกันออกไป

แบ่งได้ ดังนี้

1.แข้งลำเทียน จะมีรูปร่างลักษณะคล้ายเล่มเทียนบูชาพระ ส่วนล่างบริเวณข้อเท้าจะโตกว่าส่วนบนบริเวณใต้ข้อขา ผิวแข้งจะกลมกลึง เกล็ดจะราบเรียบไม่มีเหลี่ยม ไม่มีคม เป็นแข้งที่สวยงามที่สุด เป็นแข้งที่ตีไก่เจ็บ

2.แข้งลำหวาย จะมีลักษณะแข้งคล้ายกับลำหวาย ท่อนบนใหญ่ท่อนล่างเล็ก เหมือนกับแข้งลำเทียน จะต่างกันตรงที่ผิวแข้งจะมีเหลี่ยมเล็กน้อย
ตามแนวของเกล็ด ผิวเกล็ดจะเผยอขึ้นเล็กน้อย เป็นแข้งที่สวยงามพอกับแข้งลำเทียน และตีไก่เจ็บเช่นกัน

3.แข้งไม้ดัดหรือแข้งคัด จะมีลักษณะคล้ายกับไม้ดัด ไม้คมแฝก ด้านข้างแข้งจะออกเป็นเหลี่ยมเป็นมุม แข้งจะโตเสมอต้นเสมอปลายทรงเหลี่ยม ผิวแข้งจะขรุขระไม่ราบเรียบ เกล็ดซ้อนเผยอขึ้น เป็นไก่แข้งสวยรองจาก แข้งลำหวาย เป็นแข้งที่ตีไก่เจ็บเช่นกัน

4.แข้งกระบองเพชรหรือกระบองยักษ์ รูปลักษณ์เป็นแข้งกลม ข้อขาเล็กข้อเท้าใหญ่ เกล็ดราบเรียบ เป็นกำไลทั้งแข้ง ถ้ากำไลตรงเรียกปัดตลอดหรือนกเอี้ยง ถ้ากำไลเฉียงเรียกกระบองยักษ์ เป็นไก่แข้งงามต่อจากแข้งไม้ดัดหรือแข้งคัด

5.แข้งบัวไหวหรือแข้งขุนนาง มีรูปลักษณะเรียวยาวแบบนิ้วคน เกล็ดผิวแข้งจะเรียบ แข้งดีกล้ามเนื้อจับดูจะนิ่มนุ่มเหมือนนิ้วคน เดือยโยกคลอนอ่อนไหว เป็นแข้งสวยรองจากแข้งกระบองเพชร ตีไก่เจ็บปวดเช่นกัน

6.จระเข้ขบฟัน แข้งแบบนี้จะตีให้ล้มพับ ตีไม่กี่แข้งต้องหักต้องร้อง

7.เกล็ดมังกร
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน เกี่ยวกับความเชื่อเกล็ดไก่เป็นตำราโบราณสืบทอดกันมาช้านาน อ่านจบแล้วก็ลองดูไก่ตัวรักของท่านมีเกล็ดตรงตามที่ว่าไปหรือไม่

 

แหล่งที่มา longhomdi

Please Enter Your Facebook App ID. Required for FB Comments. Click here for FB Comments Settings page